วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

Homemade vegan & gluten free sprinkles

Homemade vegan & gluten free sprinkles


หุหุ หลายๆคน หาซื้อ น้ำตาลเรนโบว์ ไว้ใช้โรยไอศครีม หรือเค้ก สำหรับเด็กแพ้อาหารได้ค่อนข้างยาก วันนี้ เรามาทำน้ำตาลน่ารักๆไว้โรย ขนมกันดีกว่า


สีน้ำตาลหวานๆ









น้ำตาลสวยๆ




ส่วนผสมไม่เยอะลองทำกันดูนะคะ





ทำเรนโบว์ Top8 Free สำหรับเด็กแพ้ ไว้โรยไอศครีมกันดีกว่า


icing sugar     5    ชต

แป้งข้าวโพด     1/4  ชช

น้ำเปล่า             1   ชช

วิธีทำ 







น้ำตาลไอซิ่ง 5 ชต







แป้งข้าวโพด 1/4 ชช





น้ำหรือนมที่ลูกไม่แพ้ 1 ชช






เมื่อคนส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว แบ่งใส่สีผสมอาหารตามต้องการ

 




 คนให้เข้ากันดี





ตักใส่ถุง แล้ว ตัดก้นถุง พอที่จะบีบเป็นเส้นได้





อันนี้สีขาวไม่ได้ผสมสีใดๆ




อันนี้สีแดงเตรียมบีบ




บีบๆๆๆๆ




สีขาวเสร็จละ ก็รอตากแห้ง ตากให้แห้งสนิทๆเลยนะค้า





แบ่งน้ำตาลใส่สีต่างๆตามต้องการ




















เมื่อน้ำตาลแห้งสนิทดีแล้วก็เอามีด คมๆ ตัดเป็นท่อนๆ ขนาดตามต้องการได้เลยค่ะ




สวยมั๊ย ^^












ตัดๆๆกันเข้าไป เอาขนาดที่อยากได้เลยค่ะ
























สรุปวิธีทำนะค้า
เอาส่วนผสม ทุกอย่างผสมคนให้เข้ากันดี เมื่อละลายเข้ากันดีแล้ว แบ่งใส่ สีผสมอาหาร ตามต้องการ แล้วตักใส่ถุงพลาสติก เล็กๆ ตัดก้นถุงให้เป็นรูขนาดเล็ก บีบ น้ำตาลไอซิ่งให้เป็นเส้น ยาวๆ แล้ว ตาก ลม ทิ้งไว้ ให้แห้งสนิท เมื่อแห้งดีแล้ว เอามีดคมๆ ตัด น้ำตาล ในขนาดที่ต้องการ แล้วเก็บใส่ขวด หรือ ถุง ปิดปากให้สนิท เก็บไว้โรย ไอศครีม เค้ก ได้เลยค่ะ


วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

Vegan & gluten free banana choco mugcake(microwave)

Vegan & gluten free rice banana choco mug cake (microwave)





Rice banana mug cake สูตรนี้ปรับให้ดีขึ้นกว่าสูตรในรูปจะนุ่มชุมกว่านะคะ

ส่วนผสม


-แป้งกลูเตนฟรี  4   ชต.
-โกโก้ผง          2  ชต.
-เกลือ             1/4 ชช.
-น้ำตาล            3   ชต.
-วานิลลา          1/2 ชช.
-น้ำมัน.             2   ชต.
-นมหรือน้ำเปล่า   2   ชต.
-ผงฟู                1/8 ชช.(1/2ของ1/4 ชช.)
-เบคกิ้งโซดา        1/4 ชช.
-กล้วยหอมบดละเอียด. 1  ลูก

วิธีทำ

-ตักแป้ง+ผงฟู+เบคกิ้งโซดา+เกลือ+น้ำตาล+โกโก้ ใส่แก้วคนผสมให้เข้ากัน ใส่นม+น้ำมัน+กล้วย คนจนส่วนผสมละลายเข้ากันดี(คนจนคิดว่สน้ำตาล เกลือละลายหมด)
- เอาแก้ว เข้าไมโครเวฟ บ้านใครเครื่องไมโครเวฟตั้งวัตต์ความร้อนได้สูงสุด 1000 วัตต์ ให้ตั้งเวลา 1.30 นาที  แต่ถ้าตั้งวัตต์ ได้ประมาณ 800-900 วัตต์ ให้ตั้งเวลาไว้ 2 นาที ***ถ้าเวฟจนเสร็จแล้วดูว่าเค้กยังไม่สุกดีก็เวฟต่ออีกซัก 10-20 วินาที ก็เอามาทานได้แล้วค่ะ


How to whipped cream จาก coconut 

ส่วนผสมวิปครีม

-1กล่อง Coconut Cream เป้าใช้ กะทิชาวเกาะแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 6-12 ชม.
-1/2 ชช. Vanilla Extract
-2 ชต.  Powdered Sugar

วิธีทำ 

เอากะทิชาวเกาะเทออกจากกล่องมันจะเป็นแบบครีมๆกึ่งแข็ง เอาใส่ชาม +น้ำตาล+วานิลลา ใช้ stand mixer ตีให้เข้ากัน  ถ้าจะใช้ที่ตีไข่ก็ได้ค่ะตีกันจนเมื่อยมือเลยค่ะ ตีจนขึ้นครีมเป็นวิปปิ้ง ก็เอามาใช้ได้เลยค่ะ








วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

Gluten free & Vegan Mini donut with orange juice.

Gluten free & vegan mini donut with orange juice.

แชร์สูตรโดนัทรสส้มค่า
เป็นสูตรฉบับปรับปรุงแล้วเนื้อนุ่มค่ะ

โดนัทเค้ก ของเราใช้เครื่องวีรสุ แต่เคร่ืองยี่ห้ออะไรก็ใช้ได้ค่า เห็นมีเพื่อนๆบอกซื้อที่power buy ก็มีเครื่องทำโดนัทขาย ราคาประมาณ 400-600 ++(ไม่แน่ใจราคาเน้อ ยังไงลองๆเดินดูแล้วเปรียบเทียบราคาเอานะคะ)




ส่วนผสม: 

แป้งกลูเตนฟรี 1 1/2 ถ้วยตวง (ให้ใช้แป้ง gluten freeสูตรแป้ง ข้าวเจ้า 2 ถ้วย: แป้งมัน ฝรั่ง2/3 ถ้วย :แป้งมัน 1/3 ถ้วย ผสมกันแล้วเขย่าให้เข้ากันดีแล้วค่อยตักมาใช้ค่ะ)

ผงฟู 1 ช้อนชา +1/8 ชช.

เบคกิ้งโซดา 1/8 ชช.ถ้าในสูตรมีรสเฝื่อนขม ให้ลดเบคกิ้งโซดาลงอีกนิดนึงนะคะ

เกลือป่น. 1/4 ชช. 

น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง 

นมที่ลูกไม่แพ้ นมวัวหรือ นมถั่วเหลือง นมข้าว นมอัลมอนด์ ฯลฯ หรือน้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง

น้ำส้ม ของเราใช้น้ำส้ม 100% ของมาลี จะใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ค่ะ 1/2. ถ้วยตวง

น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง 

น้ำตาลทรายป่นสำหรับคลุกโดนัท 1/2 ถ้วยตวง 


วิธีทำ:

- ร่อน แป้ง ผงฟู เบคกิ้งโซดา เข้าด้วยกัน

- ผสมนม+น้ำส้ม+กับน้ำมัน คนจนส่วนผสมเนียนเข้ากันดี

-ละลายน้ำตาล+เกลือ+น้ำส้ม+นมกับ+น้ำมันละลายให้เข้ากันดี

-ผสมส่วนผสมแห้ง+ส่วนผสมเปียกคนให้เข้ากันดี

- หยอดส่วนผสมลงอบในเครื่องทำโดนัท และทันทีที่โดนัทสุกให้คลุกในน้ำตาลป่นละเอียด

-เสร็จแล้วหม่ำอร่อยๆได้เลยจร้า

***ถ้าไม่ชอบรสส้มให้เปลี่ยนที่น้ำผลไม้เป็นน้ำรสอื่นก็ได้ค่ะ ถ้าไม่ชอบรสผลไม้ก็ให้ใช้เป็นนมล้วนๆเลยก็ได้



                                                                          น้ำส้มกับนม



ผสม น้ำส้ม+นม+น้ำตาล+เกลือ+น้ำมันให้ละลายเข้ากันดี



ผสมส่วนผสมแห้งกับส่วนผสมที่เป็นของเหลว



ผสมให้เข้ากันดี



ผสมให้ได้ ลักษณะ batter แบบนี้นะคะ



เอาใส่เตาอบโดนัทได้เลยค่ะ



































ติดตามสูตรและไอเดีย ขนมอาหาร สำหรับคนแพ้แป้ง สาลี ไข่ นมวัว ถั่ว ทะเล ได้ที่ ตามลิ้งค์นี้นะคะ https://www.facebook.com/pages/Friendly-Allergen-Free-Creative-Recipe-Gluten-free-Allergen-free-zone/1528544000700041?ref=bookmarks

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

เค้กกล้วยหอม สูตรเจ & ปลอดแป้งสาลี vegan & gluten free banana cupcake

ヾ(@⌒ー⌒@)ノ เค้กกล้วยหอม สูตร ปลอดแป้งสาลี ไข่ นมวัว นมถั่ว







-(สูตรแป้งกลูเตนฟรี แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง: แป้งมันสำปะหลัง 1/3 -ถ้วยตวง:แป้งมันฝรั่ง 2/3 ถ้วยตวง ใช้แทนแป้งสาลี 1:1) *******แป้งกลูเตนฟรี ให้ใช้ 1 1/2 ถ้วยตวง
-ผงฟู. 1 ชช.
-โซดา. 1 ชช.
-เกลือ. 3/4 ชช.
-กล้วยขนาดใหญ่บด 3 ลูก
-น้ำตาล 1/2 ถ้วย
-น้ำมัน รำข้าว หรือน้ำมันอะไรก็ได้ที่ลูกไม่แพ้ 1/3 ถ้วย
-นมที่ลูกไม่แพ้ ถ้าแพ้หมดก็ใช้น้ำเปล่าก็ได้ 1/3 ถ้วย
-วานิลลา. 1 ชช.
-น้ำตาล สำหรับโรยด้านบน
วิธีทำ
1. บดกล้วยให้ละเอียด
2. Warmเตาอบไว้ที่ 180 องศา ทิ้งไว้ 15 นาที
3. เอา แป้ง+ ผงฟู+เบคกิ้งโซดา ร่อนรวมกันซัก 3 รอบ พักไว้ก่อน
4. นมหรือน้ำ+น้ำตาล+เกลือ+กล้วย คนให้ละลายเข้ากัน เข้ากันดีแล้วเทน้ำมันใส่คนให้เข้ากันดี
5. เอาข้อ 3+ข้อ4 เทผสมรวมกัน คนให้เข้ากัน เข้ากันแล้วตักใส่พิมพ์ขนม อบนาน~25-30 นาที อันนี้แล้วแต่เตาใครเตามันค่าาาา บางเตาอาจจะอบแค่ 20-25 นาทีเนอะลองดูใจเตาตัวเองนะคะ
6. เสร็จแล้วทานได้เลยค่า

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

Egg allergy แพ้ไข่ และการทดแทนสารอาหาร


การแพ้ไข่ ในภาษาไทย หรือ Egg allergy ในภาษาอังกฤษ 

   การแพ้ไข่คืออะไร หลายคนอาจจะยังไม่รู้ถึงความหมายลึกๆ การแพ้ไข่  แพ้ไข่เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำปฏิกิริยากับโปรตีนที่พบในไข่ขาว  คือ โปรตีน Ovomucoid,  Ovalbumin, Ovotransferrin (conalbumin)   เป็นตัวที่ทำให้เกิดการแพ้บ่อย
          ส่วน โปรตีนที่ทำให้เกิดการแพ้ได้บ่อยในไข่แดง คือ โปรตีน Lipoprotein กับ โปรตีน Livetin

  อ้าว!! แพ้ไข่แล้วทำไงดีล่ะ ???? แล้วจะกินอะไรดี  ในไข่ มีสารอาหาร วิตามินและเกลือแร่ มากมาย ที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยสารอาหารตัวหลักที่สำคัญในไข่ จะมี  protein, folate, vitamin B12, zinc, and iron ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย  แต่จะบอกว่า ถ้าแพ้ไข่ เรายังสามารถ หาสารอาหารเหล่านี้ได้จากอาหารทดแทนต่างๆ ซึ่งบางอย่างก็หาได้ในอาหารทั่วๆไปในชีวิตประจำวันของเราเอง 

ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เราสามารถพบได้ตามแหล่งต่างๆ เช่น (ปล.ตัวโตๆ ให้เลือกทดแทนอาหาร จากอาหารตัวที่ไม่แพ้นะคะ อันนี้ เป็น guide line ให้เลือกดูค่ะ)

******Protein: โปรตีน เราสามารถทดแทนโปรตีนได้จาก เนื้อวัว,ปลา, ไก่,หมู, cheese, นมวัว , ถั่ว

*****Folate: สามารถทดแทนหรือหาแหล่งสารอาหาร folate ได้จาก 
ตับวัว 
ผักโขม : หนึ่งถ้วยของผักขมต้มที่มีเกือบ 263 ไมโครกรัมของกรดโฟลิค
พืชตระกูลถั่ว : ถั่วปินโต, ถั่ว, ถั่วลิมา, ถั่วกองทัพเรือ, ถั่ว garbanzo, ถั่วและถั่วสีดำมีโฟเลตสูง 
หน่อไม้ฝรั่ง 
มัสตาร์ด, หัวผักกาดเขียว 
ผักตระกูลกะหล่ำ : Broccoli, กะหล่ำ, กะหล่ำปลีและกะหล่ำปลี
มะละกอ : มะละกอหนึ่งมีประมาณ 115 ไมโครกรัมของโฟเลต
ผักกาดหอม : สองถ้วยที่มีประมาณ 150 ไมโครกรัมของสารอาหาร
อาหารอื่น ๆ : ผักชีฝรั่ง, สาหร่ายทะเล, สควอช, แตงกวา, ถั่วเขียว, beets, ยี่หร่า, พริก, กระเทียม, มะเขือเทศ, ราสเบอร์รี่, แตงโม, มะเขือ, ข้าวโพด, ถั่วลิสง, อะโวคาโด, เมล็ดทดอกทานตะวัน, ส้ม, ส้มโอ, และผักคะน้า

******Vitamin B12: สามารถทดแทนได้จากเนื้อวัว, ปลา, shellfish,นมวัว, cheese,นมถั่วเหลือง

******Zinc: สังกะสี ทดแทนได้จาก 

เนื้อวัว
ไก่
หอยกาบ
ปู
เนื้อแกะ
กุ้งก้ามกราม
เนื้อหมู
ปลาแซลมอน

-แหล่งอาหารสังกะสีจากพืช
ถั่ว (ถั่ว)
ข้าวกล้อง
ถั่ว
ถั่วลิสง
มันฝรั่ง
เมล็ดฟักทองดอกทานตะวัน,, สควอชและแตงโม
เมล็ดธัญพืช (ซีเรียลและขนมปัง)
ผงช็อคโกแลตและโกโก้

ชีส
นม
โยเกิร์ต
แป้งถั่วและเนย
อาหารที่สมดุลเป็นสิ่งสำคัญ


******Iron: อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่ 

เลือดวัว 100 กรัม มีธาตุเหล็ก 44.1 มิลลิกรัม
เลือดหมู 100 กรัม มีธาตุเหล็ก 25.9 มิลลิกรัม
หมูหยอง 100 กรัม มีธาตุเหล็ก 17.8 มิลลิกรัม
ตับหมู 100 กรัม มีธาตุเหล็ก 10.5 มิลลิกรัม
   
  แหล่งธาตุเหล็ก จากพืช

1. ผักกูด 36.3 มิลลิกรัม/ 100 กรัม
2. ถั่วฝักยาว 26 มิลลิกรัม/ 100 กรัม
3. ผักแว่น 25.2 มิลลิกรัม/ 100 กรัม
4. เห็ดฟาง 22.2 มิลลิกรัม/ 100 กรัม
5. พริกหวาน 17.2 มิลลิกรัม/ 100 กรัม
6. ใบแมงลัก 17.2 มิลลิกรัม/ 100 กรัม
7. ใบกะเพรา 15.1 มิลลิกรัม/ 100 กรัม
8. ผักเม็ก 11.6 มิลลิกรัม/ 100 กรัม
9. มะกอก (ยอด) 9.9 มิลลิกรัม/ 100 กรัม
10. กระถิน (ยอดอ่อน) 9.2 มิลลิกรัม/ 100 กรัม

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

จะสังเกตุได้ย่างไรว่าลูกแพ้อาหารอะไร ??? แป้งสาลี /ไข่/ นมวัว/ถั่ว




1.สังเกตได้อย่างไรว่าลูกแพ้ เช่น นม แป้ง ไข่ ฯลฯ

ตอบ.... 1. ทางผิวหนัง ในเด็กที่มีอาการแพ้อาหาร อาจเกิดลมพิษ หรือเป็นผื่นคันตามตัว หรือมีบวมทางผิวหนัง หรือในเด็กเล็ก 0-3 เดือน ให้สังเกตอาการจากผดผื่นที่มีมาก แต่ต้องแยกจากผื่นฮอร์โมน ซึ่งในเด็กแรกเกิด ถึง 3 เดือน เด็กอาจจะมีอาการผื่นแพ้ฮอร์โมนได้ แต่ผื่นนี้จะหายไปได้เอง ภายในประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังคลอด แต่จะไม่เกิน 3 เดือน พอร่างกายปรับตัวกับระดับฮอร์โมนได้แล้ว ผื่นนั้นก็จะหายไปเอง ถ้าหลัง 3 เดือนแล้วไม่หายดี ให้นึกถึงการแพ้อาหาร สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบจะสังเกตุได้จากบริเวณจุดที่มีเส้นเลือดรวมกันเยอะๆหน่อย เช่น บริเวณหัวคิ้ว แก้ม ข้อ มือ ข้อพับแขน-ขา

2. ทางระบบทางเดินอาหาร ในเด็กที่มีอาการแพ้อาหาร อาจจะมีคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียถ่ายเยอะถ่ายบ่อยเป็นมูก หรือมีมูกเลือดปนเนื่องจากผนังลำไส้อักเสบมากจนเป็นแผล มูกที่เห็นคือผนังลำไส้ที่หลุดลอกออกมา ถ้าอักเสบหนักเป็นแผลมากก็จะเห็นเป็นมูกเลือดปนออกมา

3. ทางระบบทางเดินหายใจ เด็กอาจจะแสดงอาการหายใจเร็ว หอบ อาการแพ้อากาศ เด็กบางคนอาจจะมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจนถึงขั้นช็อค อาจถึงแก่ชีวิตได้

จะรู้ได้ยังไงว่าแพ้อะไร????
ถ้าในเด็กโตขึ้นมาหน่อยที่เริ่มรับประทานอาหารเสริมแล้วจะเห็นง่ายว่าแพ้อะไร ก็จากการทดลองตรงๆ คือการให้เด็กเริ่มรับประทานทีละอย่างติดต่อกัน อย่างละ 1 อาทิตย์ ในบางคนที่แพ้สะสมอาการแสดงออกช้า ก็ทาน ติดต่อกัน 2 อาทิตย์ โดยจำกัดตัวแปรดีๆ เช่น เริ่มข้าวบด ก็ให้ทานข้าวบดอย่างเดียว 1 อาทิตย์ ถ้าผ่านข้าวดีแล้วค่อยเริ่มที่ผัก โดยเพิ่มผักทีละอย่าง คือ ทานข้าวบด+ผักกาดขาว 1 อาทิตย์ ถ้าผ่านค่อยเพิ่มผักชนิดอื่น โดยใช้หลักเดียวกัน ถ้าเจอตัวไหนว่าแพ้ ก็ให้หยุดอาหารชนิดนั้นไป ซัก 6 เดือนถึง 1 ปี ค่อยกลับมาลองใหม่อีกครั้ง
****note 1
      อาหารที่ควรให้ด้วยความ ระมัดระวังคือ ไข่ นมวัว แป้งสาลี ถั่วลิสง ถั่วเปลือกแข็ง ปลาและอาหารทะเล ควรให้อาหารเสริมทีละอย่างและครั้งละน้อยๆ
**** note 2
      ไม่ควรให้ไข่ขาวกับเด็กเล็กๆก่อนอายุครบ 7 เดือน ไม่ควรให้อาหารทะเลแก่เด็กเล็กก่อนอายุครบอย่างน้อย9 เดือน
เมื่อลองอาหารทีละอย่าง+การสังเกตุดีๆก็จะทราบได้ว่าเด็กแพ้อะไรบ้าง

อีกกรณีนึงในเด็กเล็กที่ยังไม่เริ่มอาหารเสริม แล้วดื่มนมแม่อย่างเดียว แล้วไม่ทราบว่าลูกแพ้อะไรแน่ แนะนำให้คุณแม่งดอาหารเข้ม งดเข้มหมายถึงอะไร หมายถึงการจำกัดตัวแปรอาหารลง โดยที่ทานข้าวขาว  เนื้อ 1 ชนิด(อาจจะเลือกที่เนื้อไก่หรือเนื้อหมูเพียง 1 อย่าง) ปรุงอาหารแค่เกลือ กับน้ำตาล
ถ้าจำกัดอาหารอยู่แค่นี้แล้วลูกยังแสดงอาการแพ้ที่ชัดเจน ให้เปลี่ยนโปรตีน จาก ไก่--->หมู (ถ้าเริ่มจากหมูแล้วแพ้ให้เปลี่ยนเป็นไก่) ถ้าเปลี่ยนแล้วยังน้องยังแพ้อยู่ ให้งดโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ทานข้าวขาวกปรุงแค่เกลือน้ำตาล ถ้ายังแพ้อยู่แสดงว่าอาจจะแพ้ข้าว ให้เปลี่ยนชนิดข้าวแทน คือ อาจจะเปลี่ยนจาก ข้าวเมล็ดสั้น (Short grain)---> ข้าวเมล็ดMedium grain --->หรือ long grain แทนถ้าเปลี่ยนชนิดข้าวแล้วยังแพ้ ก็ให้เปลี่ยนไปทาน มันเทศ มันฝรั่ง---->ถ้าลองทานมันเทศผ่านแล้วลูกไม่มีอาการแพ้ ก็ค่อยเพิ่มผักทีละอย่าง------>เพิ่มโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ให้เลือกมาทีละอย่าง ลองทาน 2 อาทิตย์

*****ปล.ตัวโตๆ การทานแบบงดเข้ม ให้ทานแค่ระยะนึงเท่านั้น ไม่ได้ให้ทานไปแบบนี้ตลอดปี ไม่ต้องกลัวเรื่องขาดสารอาหาร ทานแค่ลูกอาการดีขึ้นหายจากอาการแพ้แล้วค่อยๆเริ่มจับผู้ร้ายทีละตัว ค่ะ
 
และการจะรู้ว่าแพ้อะไรอีกวิธี โดยการ เจาะเลือดเพื่อหา specific IgE ต่อสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ทำ skin test ,patch test



------------------

2.แนะนำเมนูทดแทน ดัดแปลง สำหรับเด็กขี้แพ้

แพ้แป้งสาลี อาจทดแทน ได้โดยใช้ แป้งข้าวเจ้า หรือ ใช้แป้ง mix gluten free มีหลายสูตร หาได้ใน internet เลยค่ะ

แพ้ไข่ อาจจะ ทดแทนโปรตีนจาก หมู ไก่ ปลา หรือ อาจใช้ การทดแทนจากพืช เช่น flax seed

แพ้นมวัว ทดแทนได้โดยการดื่มนมแม่ หรือ นมถั่วเหลือง หรือ นมระดับ extensive hydrolysate เช่น นม  nutramigen , dumex pepti หรือ ระดับ amino acid ซึ่งเป็นนมที่ผ่านการย่อยสลายส่ยโปรตีนให้เล็กลงในระดับสูงสุด เช่น Nutramigen AA กับ Neocate ,Elecare

---------------
3.วิธีสังเกต อ่านฉลาก ว่าไม่มีของต้องห้าม

ฉลากไทย ไว้ใจไม่ได้ค่ะ บอกส่วนผสม ไม่ครบ 100% ถึงครบ100 % ก็ต้องโทรถามที่ผู้ผลิตอีกที เพราะมีส่วนผสมแอบแฝงที่บอกไม่หมด
ถ้าเป็นฉลากของต่างประเทศจะบอกถึง allergen list อย่างชัดเจนค่ะ
ตัวอย่าง การดู label
อันนี้คำเหล่านี้จะหมายถึงการมี peanut เป็นส่วนประกอบ และ/หรืออาจจะมี ถ้าเห็นคำเหล่านี้ต้องเลี่ยงและงดค่ะ
http://www.kidswithfoodallergies.org/docs/Peanut_Allergy_Avoidance_List.pdf

อันนี้จะเป็นคำที่แสดงเกี่ยวกับส่วนประกอบที่ไข่ นมวัว แป้งสาลี ถั่วเหลือง ถั่วเปลือกแข็ง ลองไล่ดูตาม list จาก links ได้เลยค่ะ

http://www.kidswithfoodallergies.org/resourcetopic.php?topic=food-allergens

-------------------
4.ทำอย่างไร ไม่ให้คนอื่นให้ของที่แพ้กับลูก

โดยส่วนตัวเราสอนลูก กรอกหูเค้าตั้งแต่เล็กๆ ที่เริ่มจำความได้ พอดีรู้เร็วว่าลูกแพ้อาหาร สอนเค้าว่าเค้าแพ้อะไร ทานอะไรได้บ้าง จะทานอะไรต้องถามคุณแม่คุณพ่อก่อนเสมอ ไม่รับของของคนอื่น ถึงแม้โดนยัดเยียดของคนก็ไม่รับประทาน ให้ถามคุณพ่อคุณแม่ก่อน และพอดีลูกแพ้แบบ anaphylaxis แพ้แบบรุนแรง ปกติจะทำ เทสต์ด้วยวิธี ทำ skin test +เจาะเลือด เพื่อหา ระดับการแพ้ IgE อยู่แล้ว ลูกจะเห็นเองด้วยตัวเค้าเองว่า พอทำ skin test ไปเกิดผื่นบวม ยังไง ลูกเรียนรู้ด้วยตัวเอง เค้าก็เลยจำได้ มีบางทีก็รูปเด็กอื่นที่แสดงอาการแพ้ ให้ลูกดูบ้าง เค้าเรียนรู้ที่จะไม่รับของคนอื่น
 
     ทำป้ายแพ้อาหาร แพ้อะไรบ้าง วิธีแก้ไข เบอร์โทรฉุกเฉิน ติดที่หน้าอกเสื้อลูก แจ้งครูประจำชั้น แจ้งคนที่เกี่ยวข้อง

------------------

5.งดของที่แพ้แล้ว นานเท่าไรถึงกลับมาเริ่ม หรือลองกินใหม่ เทคนิคการเริ่ม ปริมาณเท่าไร สังเกตอย่างไร ระยะเวลา

การงดของที่แพ้แล้วนานมั๊ยกว่าจะกลับมาเริ่มลองกินใหม่ ????

โดยส่วนตัวถ้าลูกแพ้ไม่ได้รุนแรงมาก อาจจะเริ่มหลังจากงดตัวที่แพ้ไปแล้ว 6 เดือน ถึง 1 ปี ค่อยกลับมาลองกินใหม่ แต่ ในเด็กที่แพ้แบบรุนแรง แพ้แบบ ช็อค จะต้องกลับมาทดลองกินภายใต้การดูแลของคุณหมออย่างใกล้ชิด โดยจะต้องมีการตรวจร่างกาย การทำเทสต์ต่างๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น การเจาะเลือดเพื่อดูระดับการแพ้ว่าลดลงไหม การทำ skin test การทำ patch test  การทดลองกิน เช่นถ้าแพ้ไข่ --->ก็อาจจะเริ่มจากไข่แดงก่อน โดยจะเริ่มครั้ง 1/8 ฟอง ซัก 3-4 วัน ดูว่าถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนอะไร ก็จะเพิ่มเป็นอีก 1/4 ฟอง อีก 3-4 วัน แล้วค่อยๆเพิ่มปริมาณ พร้อมกับสังเกตุอาการผิดปกติ

แพ้นมวัว ก็หลังจากงดไปได้นานและงดเข้มจริงจัง และพร้อมที่จะลองทดสอบนมวัว ให้เริ่มจาก นมที่เป็นนมวัว ล้วนๆ ไม่ผสมปรุงแต่งรสใดๆ เช่น นมจิตรดา นมวัวแดง ทานอาจจะเริ่มจากปริมาณ 1/4 ถ้วย(60 cc) หรืออาจจะน้อยกว่านั้น ลองทาน 3-4 วัน ไม่มีอาการผิดปกติ ก็อาจจะเพิ่มปริมาณขึ้นทีละนิด แล้วทดลองกิน 3-4 วัน สังเกตุอาการผิดปกติ แต่ในบางราย อาจจะทานได้นานเป็น เดือนหรือ สองเดือน ไม่แสดงอาการแพ้ แต่ไปแสดงอาการในเดือนที่ 3 หรือ 4 ก็ได้ ต้องหมั่นสังเกตุอาการลูกดีๆค่ะ

--------------------------

*******เมื่อทราบแน่ชัดแล้วว่าเด็กแพ้อาหารชนิดใด ข้อควรปฏิบัติที่จำเป็นที่สุดคือการงด หรือหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นโดยเด็ดขาด เมื่องดได้เข้มดี ได้นานพอ โดยไม่ถูกกระตุ้น จะหายได้เร็วค่